Tuesday, July 01, 2008

ว่าด้วยอาการแพ้...

พอดีมีเพื่อนคนนึงเพิ่งจะมาญี่ปุ่น แ้ล้วเห็นว่าแพ้นู่นนี่เยอะมาก
แพ้จนอาจารย์สงสัยว่า ญี่ปุ่นอากาศดีกว่าเมืองไทยตั้งเยอะ แพ้ได้ไงมากมายขนาดนี้

แต่เราว่าไม่แปลกนะ...
ตั้งแต่เราเกิดมานี่เราแำ้พ้หลายอย่างมาก จะกลายเป็นคนขี้แพ้อยู่แล้ว เหอๆ

จำได้ว่าเริ่มอาการที่รู้สึกว่าแพ้เนี่ย ตอนป.4 นั่งรถตู้ของโรงเรียนไปที่ออฟฟิศแม่
อากาศร้อนเลยเปิดหน้าต่างรถตู้ให้ลมโกรกหน้า .... แล้วขอบอกว่าคืนนั้น รู้สึกคันมากๆ เลยเดินไปส่องกระจก

ตกใจมาก!!!! นึกว่าผีหลอก
เฮ้ย! ทำหน้าหน้าตู (ตอนนั้นอาจจะเป็นแบบ ทำไมหน้าหนู เด็กไม่พูดหยาบค่ะ เหอๆ) มันบวมๆไปหมดเลย
แล้วก็คิดว่า เออ คงฝันมั้งแล้วก็ไปนอนต่อ ... ตื่นมาก็หาย

ตอนนั้นทำให้ีรู้ตัวเองว่าคงแพ้ฝุ่น เพราะหลังจากนั้นพอห้องนอนเริ่มมีฝุ่นเยอะก็จะมีลมพิษขึ้นที่แขนทุกครั้ง
กลายเป็นคนรักความสะอาดไปเลยทันที เหอๆ

แพ้อีกอย่างจำได้ว่าเกิดขึ้นตอน ป.5
ตอนนั้นไปกินอาหารญี่ปุ่นที่เวิร์ลดเทรด (ตอนนั้นยังเป็นเวิร์ลดเทรดอยู่) กับที่บ้าน
ตอนนั้นจำได้ว่าอาหารผิดปกติที่กินคือปลาดิบ และปลาหมึกดิบ
กลับมาบ้านลมพิษขึ้นเต็มไปหมดเลย เยอะมากวันนั้นยังไงก็ไม่หายต้องไปโรงพยาบาล
เลยสันนิษฐานว่าเราต้องแพ้ปลาดิบแน่เลย ชิชะแพ้ของแพง

ทำให้ไม่กินปลาดิบอีกเลย จนกระทั่งรู้ตัวว่าต้องมาอยู่ญี่ปุ่นปีนึง (ผ่านไปเป็นสิบปีอ่ะนะ) เลยลองหัดดู
อ่าว... ก็ไม่แพ้หนิ เอ๊ะ แล้วตอนนั้นเราแพ้อะไรหว่า

ตอนที่มาอยู่โตเกียวได้แรกๆ มีวันนึงจำได้ว่าไปซื้อปลาหมึุกเทมปุระจากซูเปอร์มากิน
เช้ามาลมพิษขึ้นเต็มขาเลยน่ากลัวมาก ... เลย อ่ออออ เราแพ้ปลาหมึกนี่เอง

แต่ทุกวันนี้ก็ยังกินปลาหมึกอยู่นะ ก็แบบว่าชอบ เหอๆ
แพ้นิดๆหน่อยๆ ไม่เป็นไรม๊างงงงงงง

อาการแำ้พ้นี่เราว่าเป็นเรื่องปกตินะ
โดยเฉพาะตอนไหนที่เราเปลี่ยนสถานที่ที่อยู่เป็นที่ใหม่
อย่างที่เพื่อนเราเป็นน่ะ ตั้งแต่มาญี่ปุ่นก็แพ้นั่นนี่ไปหมด

จริงๆไม่เกี่ยวนะว่าญี่ปุ่นอากาศดีกว่าเมืองไทย ไม่น่าจะแพ้

เพราะเมื่อไหร่ที่เราเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง
จากสิ่งที่เคยชินทำมันอยู่ทุกวัน เปลี่ยนไปเป็นสิ่งที่ไม่เคยชิน
ก็ไม่แปลกที่ร่างกายของเราจะปรับตัวไปกับสภาพใหม่ๆไม่ได้

จิตใจก็เหมือนกัน ...
เปลี่ยนจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้ร่างกายแพ้ เป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
สิ่งนั้นก็ทำให้จิตใจแพ้ได้เหมือนกัน

เมื่อสถานการณ์กลับตัวโดยฉับพลัน จิตใจของคนเราก็คงไม่เข้มแข็งพอที่จะปรับให้เข้ากับสิ่งใหม่ๆได้

เลยมีคนกำหนดคำว่า "แพ้ใจ" ขึ้น

สำหรับเรา ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ นอกจากร่างกายจะแพ้ง่ายแล้ว
จิตใจก็ยังขี้แพ้ไปด้วย

ไม่ว่าจะเปลี่ยนสถานที่ไปกี่ครั้งแล้วก็ตาม ไอ้จิตใจที่ขี้แพ้ก็ยังดำรงอยู่

แต่ก็เหมือนกับอาการแพ้ของร่างกาย วันไหนเราดื้อยอมสู้กับสิ่งที่เราแพ้ไปเรื่อยๆ
เหมือนแบบแพ้ปลาหมึก แต่ตูก็ยังกินปลาหมึกอยู่ ก็มีอยู่สองทาง ไม่ตาย ก็หายขาด
ก็ในเมื่อความสุขของเราคือการได้กินปลาหมึกหนิ จะให้เิลิกกินปลาหมึกคงทนไม่ได้

คนเรานี่ก็แปลกเน๊อะ รู้ทั้งรู้ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เราแพ้ แต่เราก็ยังฝืนต่อสู้กับมัน

ทุกวันนี้อาการแพ้เนื่องจากปลาหมึกก็ดีขึ้น จนไม่รู้ว่าหายขาดแล้วหรือยัง

ส่วนจิตใจขี้แพ้นั้น หลังจากดื้อดึงต่้อสู้กับมันมานาน
จริงๆแล้วก็ยังไม่รู้ว่าหายขาดแล้วหรือยัง แต่ก็เหมือนกับว่าจิตใจจะสร้างภูมิต้านทานออกมาต่อสู้กับสิ่งที่ทำให้แพ้ได้มากขึ้น

ไม่ใช่แค่ร่่างกายที่เข้มแข็งขึ้นเมื่อเราตั้งใจจะต่อสู้่กับอาการแพ้ของตัวเอง
แต่จิตใจก็เข้มแข็งไปด้วยเมื่อปฏิบัติกับมันอย่างเดียวกัน

และเราคิดว่าเมื่อต่อสู้กับมันไปเรื่อยๆอย่างไม่ท้อถอย
สักวันนึงสิ่งที่เราแพ้ อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรา "ชนะ" ก็ได้นะ

ถ้าไม่ "แพ้ภัยตัวเอง" ไปซะก่อน -_-"

2 comments:

Anonymous said...

เยี่ยมๆ ;)
(หัว)ใจ เข้มแข็ง ร่างกายแข็งแรง :P

a~u~m said...

แพ้เยอะเหมือนกัน
ก็ขอให้หายเร็วๆ ชีวิตต้องสู้ต่อปายยยยย