Showing posts with label ชีวิตในเมืองกรุง. Show all posts
Showing posts with label ชีวิตในเมืองกรุง. Show all posts

Saturday, November 12, 2011

น้ำท่วมทำให้ฉันเห็น...

เคยได้อ่านจากในเน็ทเรื่องเกี่ยวกับน้ำท่วมมากมาย
แต่เนื่องจากไม่ได้กลับบ้านเลยไม่ได้เจอกับตัวเอง

หลังจากน้ำขึ้นก็ไม่ได้กลับบ้านมาเป็นเวลาสองสัปดาห์ด้วยกัน
และด้วยระดับน้ำที่สูงมว้ากกกก ทำให้หวั่นเกรงว่าเราจะเข้าบ้านได้อย่างไรนิ
วันนี้จึงเดินทางกลับบ้านด้วยความว่างเปล่า ...

แต่เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง...ท่ามกลางลมหนาวที่กำลังเริ่มพัดเข้ามาในยามเช้า
และกระแสน้ำที่เยือกเย็น เรากลับรู้สึกถึงความอบอุ่นอย่างน่าประหลาด

เมื่อน้ำท่วมฉันกลับได้เห็น...ความเป็นคนไทย

ใครว่าพอเราก้าวสู่้ความเป็นเมืองมากขึ้น เราจะห่างเหินกันมากขึ้น
วันนี้ท่ามกลางผู้คนที่ไม่รู้จัก เราต่างเห็นใจซึ่งกันและกัน
เราพูดกันเหมือนคนที่รู้จักกันมานาน ขึ้นรถลงเรือกี่ครั้ง
เราเห็นความเอื้ออาทร และความเกื้อกูลตลอด ไม่ว่าจะเป็นช่วยถือของ
ช่วยฉุดขึ้นรถ ช่วยแบ่งที่นั่ง และต่างเล่่าประสบการณ์ให้กันฟัง
ดั่งเช่นครอบครัว

จะมีที่ไหนบ้างที่เราจะสามารถเห็นคนยืนท่ามกลางน้ำท่วมถึงอก
แต่เวลามีเรือผ่านไปก็ยังโบกมือให้กัน แถมตะโกนให้กำลังใจกันและกันตลอดเวลา

จะมีที่ไหนบ้างที่ถึงแม้บ้านน้ำจะท่วม แต่ก็ยังออกไปทำงานอาสาสมัครกันมากมาย
ไปที่ไหนๆก็คนมาทำงานอาสาสมัครเต็มไปหมด

ไม่รู้ว่าเรานิยามคำว่าคนไทยถูกหรือไม่

แต่ความรู้สึกในตอนนี้ และจากสิ่งที่เห็นในวันนี้
ทำให้เรามั่นใจว่า...ความเป็นคนไทยนั้นคือสิ่งนี้นี่เอง

แล้วเราจะผ่านมันไปด้วยกัน :)

Wednesday, August 11, 2010

การวิจัยบนรถไฟฟ้า

เนื่องจากช่วงนี้เป็นหน้าฝน ทำให้การจราจรในกรุงเทพฯติดขัดถึงที่สุด
เดี๊ยนจึงต้องใช้บริการรถไฟฟ้า BTS นั่งออกมาให้ไกลตัวเมืองออกมาก่อนสักหน่อย
เพราะเคยมีประสบการณ์ออกจากออฟฟิศทุ่มนึงถึงบ้านสี่ทุ่มมาแล้ว เหอๆ

Photobucket

ตลอดสัปดาห์นี้นั่ง BTS ทุกวัน ได้ข้อสังเกตมาหลายอย่าง สามารถสรุปได้ดังนี้

1 คู่รักวัยมัธยมเดี๋ยวนี้ประเจิดประเจ้อมากกกก รถไฟฟ้าที่สาธารณะนะคะน้อง ไม่ต้องแสดงความรักกันให้มากขนาดนั้นก็ได้ อิจฉา เอ้ย ไม่ใช่...อดเหลือไปดูชื่อโรงเรียนแทบไม่ทัน เฮ้ออออ

2 ผู้ชายหน้าตาดีสมัยนี้หายากมากกกกกกกกก ขึ้นรถไฟฟ้าคนอัดแน่นทุกวัน ไม่เคยได้เบียดกับชายหนุ่มรูปหล่อเลยซะที -"-

3 ผู้คนในวัยรุ่นๆเดียวกับเดี๊ยนพูดกันแต่เรื่องแต่งงาน นี่มันอะไรกันเนี่ยยยยยยย

มีคนเคยบอกว่าการจะเป็นนักวิจัยที่ดีจะต้องเป็นคนช่างสังเกต
ไม่รู้ว่าอย่างนี้จะเรียกว่าเป็นนักวิจัยที่ดีได้หรือเปล่านะ 55555+

ช่วงนี้ไม่มีเรื่องมาเขียนบล็อคเลย น่าอนาถ T_T

Saturday, June 19, 2010

ถนนหน้าออฟฟิศ

สามเดือนที่แล้ว....

Photobucket

สามเดือนผ่านไป...

Photobucket

นี่แน่ใจนะว่าออฟฟิศอยู่ในเมือง?
ไหนมีป้ายขึ้นว่าจะเสร็จเดือน มิ.ย.ไง งบสามล้านอ่ะ
เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปชื่อบริษัทผู้รับเหมามา

ทุกวันนี้เดินไปทำงานยิ่งกว่เาดินอยู่บนถนนลูกรัง
วันดีคืนดีเอาหินมากองๆ ตูต้องปีนเนินไปทำงานอีก

เอาภาษีชั้นคืนมานะ T_T

ไม่ไหวจะเคลียร์ -"-

Saturday, April 10, 2010

ผู้หญิงแล้วไง?

Photobucket

ช่วงนี้มีโอกาสได้ออกไปทำงานนอกสถานที่บ่อย
ที่บอกว่าออกไปข้างนอกเนี่ยไม่ได้แปลว่าออกไปทำกิจกรรมหรืออะไรอย่างนี้นะ
ออกไปยื่นเอกสาร -"-

ตอนนี้รับเละหน้าที่จัดทำและยื่นเอกสารสำหรับทำ Visa&Work Permit ให้คนญี่ปุ่นและครอบครัวที่บริษัท
ช่วงนี้มากันเยอะเหลือเกิน ออกไปยื่นรวมถึงพาเจ้าตัวไปทำเอกสารแทบจะทุกวัน T_T

วันก่อนก็ระหว่างกลับจากจามจุรีสแควร์ (ที่นั่นมี One Start One Stop Service ของ BOI ไปบ่อยมาก -"-)
วันนั้นรถที่บริษัทไม่ว่างก็เลยต้องนั่งแท็กซี่กลับมาออฟฟิศ ... รถติดมากๆ ตอนบ่ายๆ

ระหว่างที่นั่งแท็กซี่แล้วรถติดอยู่ในซอยหลังจากที่ติดอยู่บนถนนมานานกว่าสี่สิบนาที (จริงๆมันใกล้นิดเดียว อะไรจะรถติดขนาดนั้น)
ก็มีรถขนาดเจ็ดที่นั่งคันนึงจะกลับรถแต่กลับไม่ได้ ก็ติดแหง่กอยู่ ที่ขับแท็กซี่ที่เรานั่งมาเริ่มสบถ

"แม่งเอ๊ย ระยำ ทำไมไม่หลบๆไปวะ ^&*_)#&&(&#@$!!*@#!!@)"

ในใจคิด...เอ่อ ใจเย็นค่ะคุณขา ดิชั้นไม่ได้รีบขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป แท็กซี่เดี๋ยวนี้เริ่มไม่น่าไว้ใจ เหอๆ

สักพักลุงแกก็เปิดประตูรถด้วยท่าทางหาเรื่องเต็มที่ ในใจคิดซวยแล้วตู ต้องเกิดเรื่องชัวร์
ลุงแกเดินลงไปคุยกับรถเจ็ดที่นั่งคันนั้นให้หลบไปก่อนล่ะมั้ง สักพักก็เห็นรถคันนั้นหลบให้ ลุงแกเดินกลับมาที่รถด้วยท่าทางฉุนเฉียว

แล้วก็มาพูดกับเราว่า..

"แม่ง ว่าแล้ว ผู้หญิง"

เอ่อ....

ผู้หญิงแล้วทำไมเหรอคะ?

เคยได้ยินไหมว่าเวลานั่งรถแท็กซี่ หรือรถใครก็ตาม
เวลามีใครขับรถไม่ถูกใจอยู่ใกล้ๆ คนขับก็จะมองหน้าคนขับรถคันนั้น
แล้วก็หันกลับมาบ่นกับตัวเองว่า "...ผู้หญิง"

ทำไมเวลาผู้ชายขับรถห่วย ซึ่งก็เกิดขึ้นบ่อย ไม่เห็นมีใครหันไปมองหน้าแล้วบอกบ้างเลยล่ะว่า
"ว่าแล้ว...ขับรถแบบนี้ผู้ชายขับชัวร"

มีใครเคยทำวิจัยไว้เหรอว่าเป็นผู้หญิงต้องขับรถห่วย หรือว่าเป็นแค่ความเชื่อผิดๆ
เลยเหมือนกับว่าจะเป็นภาพลักษณ์ของคนขับรถห่วยต้องเป็นผู้หญิง?

ไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองขับรถดี เพราะปัจจุบันนี้ก็ยังขับไม่คล่อง
แต่กลัวค่ะว่าวันไหนขับรถไม่ถูกใจใครเข้า จะมีคนที่ขับรถข้างๆหันมามองหน้าเรา
แล้วก็บ่นกับตัวเองว่า "ว่าแล้วว่าต้องเป็นผู้หญิง"

Saturday, February 20, 2010

ว่าด้วยเรื่องความเคยชิน...

ตอนที่ไปอยู่ญี่ปุ่นแรกๆ เคยมีพี่คนนึงที่อยู่มานานแล้วเล่าให้ฟังว่า
เดี๋ยวนี้เวลากลับไปเมืองไทยแล้วจะแอบหงุดหงิดเล็กน้อย...เพราะประตูมันไม่เปิดให้เอง 5555+

(ที่ญี่ปุ่นประตูในที่สาธารณะแทบจะทุกที่จะเป็นประตูอัตโนมัติค่ะ...เคยไปเที่ยวต่างจังหวัดที่ญี่ปุ่น เข้าเซเว่นแล้วเดินชนประตู แล้วไม่ได้ชนคนเดียวนะพี่ที่ไปด้วยกันก็ชนเหมือนกัน...เพราะว่าประตูสาขานั้นมันไม่ได้เปิดเอง เหอๆ)

ตอนที่ได้ยินตอนนั้นก็แอบคิดว่ามันจะอะไรกันขนาดนั้น อยู่เมืองไทยมาตลอดชีวิตอยู่ญี่ปุ่นมาแป๊บเดียวเองนะเนี่ย

ตอนนี้มาเจอกับตัว...มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

ตอนที่กลับมาเมืองไทยแรกๆ แล้วนัดทานข้าวกับเพื่อน
พอเพื่อนพูดว่า...กลับกันเถอะ ขจีภรณ์ลุกจากโต๊ะทันทีพร้อมควานหาใบเสร็จที่ควรจะวางอยู่บนโต๊ะ
สักพักก็ระลึกขึ้นได้ว่า...เอ่อ ประเทศไทยไม่ต้องลุกไปจ่ายตังค์เองที่แคชเชียร์นี่หว่า แล้วก็เรียกคนมาเก็บตังค์ เหอๆ

นอกจากนี้ยังมีการเอามือไปรองที่ก๊อกน้ำในห้างสรรพสินค้าอยู่ตั้งนานแล้วก็คิดในใจว่าทำไมน้ำมันไม่ไหลซะทีเนี่ย
...แล้วก็ตั้งสติ.. อ๋อ มันต้องหมุน -"-

หลังจากกลับมาได้สักพักใหญ่ๆแล้วก็คิดว่าคงจะไม่เป็นยังงั้นแล้วมั้ง
เมื่อวานนี้นัดทานข้าวกะเพื่อนๆศิษย์เก่าญี่ปุ่นมา
Photobucket

ตอนแรกๆก็ไม่มีอะไร พอตอนจะกลับทุกคนก็ไปขึ้นรถไฟฟ้ากัน
ในขณะที่กำลังขึ้นบันไดเลื่อนอยู่นั้น..ทุกคนก็ยืนคุยกันต่อตรงบันได

พี่แก้วศิษย์เก่าโอซาก้า ซึ่งยืนอยู่ขั้นบนสุดก็พูดว่า
"ฝั่งนี้เด็กคันโต...ฝั่งนี้เด็กคันไซ"

เราซึ่งยืนอยู่ถัดจากพี่แก้วลงมาก็มองลงไปตามขั้นบันไดเลื่อน..
เออ..จริงด้วยแฮะ เด็กจบจากคันโตจะยืนชิดซ้าย ส่วนเด็กจบคันไซยืนชิดขวากันหมดเลย

ที่ญี่ปุ่นเวลาขึ้นหรือลงบันไดเลื่อนรถไฟจะต้องยืนชิดข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อให้อีกข้างเป้นทางด่วนพิเศษสำหรับคนรีบให้เดินไปก่อนได้เลยค่ะ...ซึ่งจะแตกต่างกันตรงที่โตเกียวจะยืนชิดซ้าย โอซาก้าจะยืนชิดขวา

ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าจริงๆแล้วที่ญี่ปุ่นจะยืนชิดซ้ายกันมาก่อนค่ะ แต่พอในปี 1970s ที่โอซาก้าจัดงาน World Expo ก็เลยเปลี่ยนวัฒนธรรมการยืนชิดซ้ายมาเป็นยืนชิดขวาตามวัฒนธรรมตะวันตก (ไม่รู้ประเทศอะไรบ้างนะ แต่ตอนไปอังกฤษเค้าก็ยืนชิดขวากันจริงๆ)

เหตุการณ์เมื่อวานขำกันใหญ่...เพราะถึงแม้ว่าประเทศไทยจะไม่มีระบบทางด่วนแบบประเทศอื่นเค้า สังเกตว่าเวลาขึ้นบันไดเลื่อนห้ามรีบ ต้องยืนเฉยๆเท่านั้น แต่ไอ้พวกศิษย์เก่าญี่ปุ่นพวกนี้เวลาจะยืนมันก็ต้องยืนชิดข้างที่มันทำอยู่เป็นประจำอยู่ดี

ความเป็นระเบียบที่ได้กลับมาจากประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากความเคบชินเหล่านี้ ไม่รู้ว่าจะชินไปได้นานแค่ไหน
เพราะเดี๋ยวเราก็ต้องกลับมาชินกับความมีระเบียบบ้าง ไม่มีระเบียบบ้างของคนไืทยอยู่ดีนั่นแล

Tuesday, December 08, 2009

ชวนไปเที่ยวงาน "รำวง BON-ODORI" ค่ะ

Photobucket

สมาคมชาวญี่ปุ่นในประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและการกีฬาแห่งประเทศไทย
โดยความร่วมมือกับ สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นในพระบรมราชูปถัมภ์ จะมีการจัดงาน

"รำวง BON-ODORI" ขึ้นที่ สนามศุภชลาสัย สนามกีฬาแห่งชาติ

ในวันเสาว์ที่ 12 ธันวาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 17.00 น.ถึงเวลา 21.00 น

ซึ่งในงานจะมีการแสดงศิลปและวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ คือไทย-ญี่ปุ่น ที่สวยงามมากมาย และมีสิ่งหนึ่งที่จะขาดมิได้นั้นคือ รำวงBON-ODORI ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงาน มีการออกร้านในรูปแบบงานวัดที่เป็นประเพณีนิยมของชาวญี่ปุ่น เมื่อปี 2007 สองปีที่ผ่านมาได้มีผู้ชมเข้าไปเดินชมงานทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นถึง 25,000 คน

บัตรเข้างานราคา 30 บาทจ้า

ชมภาพงานเมื่อสองปีที่แล้วไ้ด้ที่นี่ค่ะ
http://deltadrive.exteen.com/20071209/review-thai-japan-festival-2007

ใครว่่างๆอยู่ก็ไปเจอกันที่งานได้นะคะ
งานนี้อาจจะหาตัวเจอยากหน่อย เพราะว่าจะไปเป็นอาสาสมัครโดยจะใส่ยูกาตะไปเนียนๆปนเปกะคนญี่ปุ่นไปเลย 555+

แหม...มีชุดอยู่ตั้งสี่ห้าชุด หาโอกาสใส่ได้ยากจริงๆเล๊ยยยยย

Wednesday, October 21, 2009

ปลายฝน..ต้นหนาว

ตอนนี้ที่ กทม.ฝนตกทุกวันค่ะ
Photobucket

พอฝนตก ก็....
Photobucket

ค่ะ...

(ไม่ทราบว่าขับรถบนถนนหรือคลองบางกะปิกันแน่ -"-)

Monday, September 21, 2009

เมื่อใกล้ย้ายออก... (ภาค 2)

เตรียมตัวย้ายออกจากบ้านมาเป็นเวลาหลายวัน
คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายเนื่องจากวันพรุ่งนี้คือวันที่จะต้องย้ายออกไปจากที่นี่แล้ว

ยังจำวันแรกที่เข้ามาอยู่ที่นี่ได้อยู่เลย!
แถมมีเขียนบล็อคไว้อีกตะหาก

นี่คือตอนที่หาบ้าน http://sweet-choco-cookie.blogspot.com/2007/09/2007.html
นี่คือตอนที่จัดบ้านเสร็จแล้ว http://sweet-choco-cookie.blogspot.com/2007/10/welcome-to-my-world.html

สิ่งที่คาดไว้ก็เป็นจริงดังคาด...
คือส่งของกลับบ้านกล่องเดียวไม่เคยพอ -"-
(เมื่อสามปีที่แล้วที่โอซาก้าก็ยังต้องสองกล่อง เหอๆ)

กล่องขนาด 70 กิโลกรัม...ไม่ไหว ต้องสั่งมาเพิ่มอีก 40 เหอๆ
Photobucket

ข้าวของที่ดูดสูญญากาศไว้เตรียมตัวใส่กล่องที่จะมาส่งในวันพรุ่งนี้
Photobucket

สถาพของลูกๆตุ๊กตาที่โดดดูดลมออกจนหน้าเละ T_T
Photobucket

ห้องโบว์เมื่อเคลียร์ของใกล้เสร็จ เตรียมรอรถมาขนของไปพรุ่งนี้
Photobucket

และ...

ขยะ -"-
Photobucket

โปรดติดตามตอนต่อไป...

Saturday, July 11, 2009

ต้นเหตุมลภาวะทางเสียง...

Photobucket

ตอนนี้ถ้าใครใช้ชีวิตอยู่ในโตเกียวคิดว่าคงจะมีชะตากรรมเดียวกัน
แมร่งงง...ปลุกตูแต่เช้าทุกวัน!

ช่วงนี้มีรถหาเสียงออกมาวิ่งกันให้ทั่วไปหมดเลยค่ะ
เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาโตเกียว (เรียกอย่างนี้หรือเปล่า...) ในวันพรุ่งนี้
วิ่งส่งเสียงหนวกหู ประกาศชื่อตัวเองพร้อมลำโพงที่ติดอยู่บนรถเก๋งให้เราได้ฟังกันแต่เช้าทุกวัน
แถมกองบัญชาการของผู้สมัครคนหนึ่งดันมาตั้งอยู่หน้าบ้านเราพอดีอีก!
โอ้ย..หงุดหงิดทุกวันเลยค่ะ

ตอนนี้จำชื่อได้หมดแล้วว่าเขตมิตะกะมีชื่ออะไรบ้าง
นับว่าเป็นการหาเสียงที่ได้ผลหรือเปล่า...เพราะจำชื่อได้

แต่ฟังไปฟังมาตั้งหลายวัน ไม่เห็นเคยรู้เลยว่าเค้ามีนโยบายอะไร?
รู้ชื่อแล้วแล้วไงอ่ะ?

แต่ก็เอาเหอะ...เราเลือกไม่ได้อยู่ดี 55555+

พรุ่งนี้คงจำเงียบสงบได้แล้วนะคะ

Friday, June 05, 2009

แจ้งข่าว SALE!

วันนี้ไป Ikebukuro มา่หลังจากได้รับคำชักชวนจากพี่จิ๊นว่ามี SALE ครั้งใหญ่ของห้าง Marui (OIOI)

ชื่องาน...
Photobucket

ไปมาตอนเย็น คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก หายใจไม่ออก
แถมคนขายตะโกนแข่งกัน มลภาวะทางเสียงมากๆ ออกมามึนหัวเลยทีเดียว -"-
Photobucket

ใครอยากจะไปเหลือเวลาอีกสองวันคือสุดสัปดาห์นี้ (6-7 มิย.)ที่ตึก Sunshine City, Ikebukuro
ขึ้นไปที่ชั้น 2 แล้วเดินไปไปทางตึก Bunka Kaikan หรืออะไรประมาณนี้นะคะ จำชื่อไม่ได้เหมือนกันแฮะ
แต่คงต้องเตรียมใจไปนิดนึงเพราะแน่นอน เสาร์-อาิทิตย์คนต้องมหาศาลแน่นอน -_-"

สินค้า ชั้น 2 มีรองเท้าผู้หญิง (เริ่มต้นที่ราคา 3,150 เยน)
กระเป๋าผู้หญิง (ที่มองผ่านๆตามี Le Sport Sac, Vivien Westwood, Samantha Thevasa ฯลฯ)
ร่ม เสื้อผ้าผู้ชาย รองเท้าผู้ชาย เสื้อผ้าชุดกีฬาและรองเท้ากีฬา แว่นเรย์แบนด์ (อันนี้จำได้ว่าลด 30%)

ชั้น 3 มีีรองเท้าผู้หญิงโผล่มานิดหน่อย ชุดว่ายน้ำผู้หญิง เสื้อผ้าผู้หญิงล้วนๆหลากหลายยี่ห้อ เยอะมากกกกกก คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกก (ห้องลองมีเยอะเพื่อตอบสนองความต้องการของคุณ) สำหรับคนที่เหนื่อยมีที่นั่งพักพร้อมบริการน้ำเปล่าฟรี

ชั้น 4 มีจำพวกเครื่องประดับ ทั้งพวกที่แพงและถูก นาฬิกา และแคชเชียร์ (อยากเก็บรูปแคชเชียร์มาฝากมาก เพราะว่ามันเป็นเป็นร้อยเค้าท์เตอร์! ไม่ได้โม้แต่อย่างใด สงสัยเค้าจะเตรียมไว้รองรับลูกค้าในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เหอๆๆๆ

.....

และเชื่อไหมคะ วันนี้ขจีัภรณ์ไม่เสียเงินเลยสักเยน!
ก็ตั้งใจจะไปซื้อรองเท้า แต่มันไม่มีถูกใจเลยง่ะ T_T

สุดท้ายเอารูปสติ๊กเกอร์ไปถ่ายเล่นกับพี่จิ๊นมาฝาก หลังจากใช้เวลาเดินร่วมสามชั่วโมง (พี่จิ๊นได้ชุดมาสองชุดแหน่ะะะ)
Photobucket

Wednesday, May 20, 2009

ไปมาแล้ว Forever 21!

หลังจากที่ entry ที่แล้วได้อัพเดทแหล่งช็อปปิ้งแหล่งใหม่ในโตเกียวมาแล้ว
คือร้านแบรนด์อเมริกันที่ตั้งตระหง่านสี่ชั้น (รวมชั้นใต้ดิน) อยู่ที่ฮาราจุกุ
นั่นคือร้าน Forever 21 (ไ้ด้ข่าวมาว่ามีที่ Central World แต่เหมือนว่าจะแพง ที่ญี่ปุ่นนับว่าถูกสุดๆ)

นั่งคิดอยู่ตั้งนานเมื่อไหร่จะว่างไปเดินวันธรรมดาน้ออออ
เดี๊ยนจะไปตั้งแต่ร้านเปิดเลยค่ะ

วันนี้เอง...ในวันที่อากาศแจ่มใส อุณหภูมิกว่า 30 องศา
เดี๊ยนไปยืนต่อแถวที่หน้าร้าน Forever 21 มาค่ะ

ร้านเปิดสิบโมง..นี่คือบรรยากาศหน้าร้านตอนเวลา 9.50 น.
Photobucket

หันมองไปข้างหลัง....
Photobucket
เหล่าหญิงสาวตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยป้ามายืนกางร่มใส่หมวกอออยู่หน้าร้านเต็มไปหมด

เมื่อเวลาร้านเปิด....
กรูกันเข้าไปค่ะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
Photobucket

แถวรอจ่ายตังค์ไกลร่วมกิโลฯ
Photobucket

ออกจากร้านเวลา 11.30 มีคนส่วนหนึ่งโดนกักอยู่หน้าร้านเพราะประชากรในร้านแออัดมาก เลยต้องยืนรอคิวเพื่อเข้าในรอบต่อไป
Photobucket

โอยเหนื่อยมั่ก...เบียดกันน้องๆรถไฟในโตเกียวเลยค่ะ
บางอารมณ์หายใจไม่ออกต้องเงยหน้าขึ้นสูงๆเพื่องับอากาศหายใจ
ทำไมมันถึงคนเยอะอย่างงี้คะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ

เสื้อผ้าโดยรวมก็แนวบ้านๆ ไม่ได้สวยงามอะไรมากมาย
แต่ยอมรับว่าราคาถูกจริงๆ เดรสสวยๆราคาประมาณสามพันกว่าเยน

มีเดรสชุดนึงน่าซื้อใส่ไปงานแต่งงานมาก (ช่วงนี้สะสมชุดใส่ไปงานแต่งงาน รู้สึกว่าเพื่อนๆเริ่มๆจะสละโสดกันละ เหอๆ)
สีเขียว ผ้าซาติน ราคาแค่ 1,450 เยน!!!!
แต่มันเหลือตัวเดียวและมันไซส์ L
พยายามเอาเข้าไปลองแล้ว เกาะอกไม่ได้กลายเป็นเกาะพุงแทน T_T
จะเอาไปแก้ก็ใช่เรื่อง ... กลัวแก้แล้วค่าแก้แพงกว่าค่าเสื้อ เลยต้องยอมแพ้ไป T_T
แต่ชุดนั้นมันตามมาหลอกหลอนมากๆ อยากได้อ่ะ T_T

สรุปของที่ได้มาวันนี้...

กางเกงขาสั้นสีเทาเอวยางยืดแบบพับทบๆ 1,050 เยน
Photobucket

เดรสสีดำจั๊มตรงต้นขา 2,180 เยน
Photobucket

ต่างหูหนีบมุกสีดำทอง 480 เยน
Photobucket

ต่างหูระย้าสีทอง 980 เยน
Photobucket

สร้อยคอสีทอง 880 เยน
Photobucket

จริงๆมีที่อยากได้อีกหลายตัว แต่ว่าพอก่อน วันนี้เอาตังค์ไปน่อย บังคับตัวเองไม่ให้ใช้จ่ายมาก 55555+

รวมค่าเสียหายวันนี้...
Photobucket

คิดเป็นเงินไทยประมาณ 2,061 บาท

แหมถ้าเงินเยนอ่อนๆแบบสามสิบบาทเหมือนเมื่อก่อนนี่จะถูกมากกว่านี้อีกนะเนี่ย

ไปช็อปแล้วรู้สึกคิดถึงแม่ยังไงไม่รู้...
คิดถึงคนจ่ายตังค์ให้ หุหุหุหุ

(ล้อเล่นนะแม่จ๋าาาาาา......)

Tuesday, May 05, 2009

Forever 21 ที่ฮาราจูกุ

วันนี้ฝนตก...แต่ไปเดินฮาราจูกุมาค่้ะ

ตอนแรกว่าจะไปเดิน H&M เล่นๆ แต่ไม่รู่เป็นวันมหาวิปโยคอะไรคนถึงแห่แหนกันมาเยอะมากมายขนาดนี้
หน้าร้านต้องมียามคอยกั้น แล้วก็มีคนต่อแถวรอเข้าร้านเป็นรอบๆ (น่าจะถ่ายรูปมาจริงๆ)

โอ้...นี่หรือ Golden Week ที่โตเกียว
(ปกติออกนอกโตเกียวตลอด เหอๆ)

ก็เลยถอดใจ...ขี้เกียจไปต่อแถวแข่งกับคนญี่ปุ่น ไว้ค่อยมาวันหลังก็ได้

เดินเลยไปตึกข้างๆ เอ๊ะ...ร้านใหม่เหรอ ชื่อร้าน Forever 21
หน้าร้านไม่มีคนเลย....ร้านอะไรเนี่ย

แต่เอ๊ะ....ทำไมเดินเข้าร้านไม่ได้ -_-
หลังจากที่คิดประโยคนั้นประมาณไม่ถึงหนึ่งนาที ก็ได้ยินเสียงยามตะโกนว่า

"ขณะนี้เราไม่สามารถรับลูกค้าได้อีกแล้ว กรุณาอย่ายืนต่อแถวหน้าร้าน"


เว้ยเฮ้ย....มีอย่างงี้ด้วย แล้วนี่มันร้านอะไรกันเนี่ยไม่เคยได้ยินมาก่อน

กลับบ้านมาก็เลยลอง google หาดู (http://news.ameba.jp/domestic/2009/05/37930.html)....

ได้ความมาว่า...



ร้าน Forever 21 เป็นแบรนด์จากอเมริกาเพิ่งจะมาเปิดที่ญี่ปุ่นที่ฮาราจุกุสาขาแรกเมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา
โดยวันแรกที่ร้านเปิดมีลูกค้ามาต่อแถวรอถึง 1,200 คน 14

สมกับเป็นประเทศญี่ปุ่น...สมกับเป็นคนญี่ปุ่น

ลองแว้บๆเข้าไปดูในเว็บของร้านมา (http://www.forever21.co.jp/) ...
ก็ได้ความมาว่า.....

เสื้อผ้ามันถูกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 14 14 14

ไว้หลัง Golden Week เจอกันนะตะเอง 004

Wednesday, November 19, 2008

บ้านตรงข้าม....

Photobucket

เดือนนี้ไม่มีเรื่องจะอัพเลย ... เอาเรื่องนี้ละกัน ฮ่าๆ

เมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมา พ่อกะแม่มาเยี่ยมที่โตเีกียว
มีอยู่วันหนึ่งแม่ก็พูดขึ้นมาว่า "โบว์ ... อย่ามองไปบ้านตรงข้ามตอนกลางคืนนะลูก"

อ่าว... ทำไมอ่ะ สงสัยอ่ัะดิ

เมื่อวานนี้ ... ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมองหรอก พอดีว่าออกไปตากผ้า
(ตากผ้าตอนกลางคืน ตอนเช้าไม่มีเวลา ฮ่าๆๆๆ)
บังเอิญมองไปบ้านตรงข้ามซึ่งไฟสว่างอยู่

บ้านตรงข้ามที่คือ ตึกตรงข้ามน่ะแหละ เยื้องๆลงไปทางข้างล่างหน่อย

ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งเล่นคอมอยู่จู่ๆแกก็ถอดเสื้อ!
และถอดเสื้อชั้นใน!!!!!!!!!!!!!

คือ ที่แม่เตือนไว้น่ะคือว่าบ้านตรงข้ามมันมีหญิงชายอยู่คู่หนึ่งเป็นอะไรไม่รู้
ชอบแก้ผ้าอยู่ในบ้าน .. ซึ่งก็คงไม่แปลก เพราะบางคนอาจจะไม่ชอบใส่เสื้อผ้าอยู่บ้าน
แต่นี่เล่นเปิดหน้าต่าง เปิดม่านซะกลัวโลกไม่รู้ว่าชั้นจะผ้า~!

เมื่อวานนี้เห็นแค่ผู้หญิง ... จริงๆแล้วมันมีผู้ชายด้วย จากที่พ่อแม่และพี่บอกมา

ใครอยากมาอยู่เชิญที่บ้าน ... เดี๋ยวเก็บค่าดูด้วยเป็นเงินสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟ ฮ่าๆๆๆๆ

****************************

เอ้อ... ชีวิตในญี่ปุ่นมันก็มีอะไรประหลาดๆอย่างนี้ให้เจอบ้างในบางที

Saturday, September 20, 2008

ความเปลี่ยนแปลง..

ไม่ได้กลับเมืองไทยมาหกเดือน....
แค่หกเดือนแค่นั้นเอง กลับมาคราวนี้เกิดอาการงงหลายอย่าง
ตอนคิดได้ว่าเออ ไม่มีเรื่องจะอัพ น่าจะมาอัพเรื่องนี้ก็ไม่ได้ไปถ่ายรูปมาประกอบเท่าไหร่ เลยมีแต่ตัวอักษรนะวันนี้ ฮาๆ

ปกติแล้วจะมีอารมณ์นี้บ่อยนะ ไม่กลับเมืองไทยครึ่งปี
แต่ไม่รู้สึกว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงจนตกใจมากมายขนาดนี้

ไปสยามเมื่อวานนี้นัดกินข้าวกับน้องริโกะ
เดินมาสยามแล้วก็คิดว่ากินอะไรกันดีน้ออออ

พอสิ้นคิดก็มักจะคิดถึงร้านประจำ คือ Iberry Kitchen
ที่ปกติไปกินบ่อยมากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก....

มาคราวนี้เดินไปถึง ... อ่าว มันหายไปไหนแล้วหว่า
คือร้านมันหายไปแล้วอ่ะ ใครที่เคยไปทาน Iberry Kitchen คงจะรู้ว่าร้านมันมีสองชั้น
ชั้นล่างขายไอติมของ Iberry ชั้นบนขายอาหารฝรั่ง ...

ตอนนี้เหลือแต่งข้างล่างละ กลายเป็น Iberry Cafe
แล้วก็กั้นตรงส่วนที่จะขึ้นไปข้างบนทำเป็นบันไดขึ้นไปร้านอื่น เหอๆ

คิดได้งั้นน้องริโกะ (ซึ่งไม่ค่อยได้กลับไทยเหมือนกัน) ก็บอกว่า เออ.. งั้นไปกินร้านสิ้นคิดหนูละกัน
คือ "ไอดินกลิ่นครก" ซอยเดียวกัน ... เดินไป เอ๊ะ ร้านหายไปอีกแล้ว!!!
อะไรกัน หกเดือนที่แล้วยังมากินอยู่เลยง่ะ

เลยไปจบที่ร้าน "จุฑารส" ที่ตอนนี้ renovate ร้านใหม่ บรรยากาศดีเชียว
มีโซฟาให้นั่ง มีระเบียงออกไปนั่งนอกร้าน ชั้นบนสุดก็เป็น outdoor น่ารักทีเดียว

แล้วราคาอาหารก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน เหอๆ... แพงขึ้นมาเลย

มีเอ๊ะอีกหลายอย่างในสยาม ...
คือมีการทุบๆสร้างตึกใหม่กันเยอะมาก จะเลี้ยวรถเข้าสยามเข้าไม่ถูกเลย ไม่คุ้นตา เหอๆ

นอกจากในสยามแล้ว ในจุฬาฯก็มีอะไรเปลี่ยนไปเยอะ
อันนี้สังเกตได้เพราะว่าไปจุฬ่าฯบ่อยมาก แล้วก็ยังใช่บริการรถป็อปเหมือนเคย

สิ่งแรกที่ตกใจคือ... ที่คณะเราเอง
Photobucket
งงค่ะ .. ศาลนี้โผล่มาได้อย่างไร

ปกติคณะเรามีศาลอยู่หนึ่งศาลคือ "ศาลเจ้าพ่อสิงห์ดำ" และ "ต้นไทร"

ถามไปถามมา อ๋อ.. คณะครบรอบ 60 ปี เลยสร้างศาลนี้ขึ้น
วันนี้ก็แวะไปไหว้มาเหมือนกัน

นอกจากนี้ยังมีคณะสถาปัตย์ มีป้ายคณะใหม่ สวยเชียว
ตึกใหม่คณะศิลปกรรมก็ใกล้เสร็จแล้ว
ตึกใหม่คณะอักษรก็กำลังทำอยู่ดูยิ่งใหญ่มาก
จามจุรีสแควร์เปิดแล้ว
สามย่านใหม่ยังไม่ได้ไปเลย โว้วววว

ไม่น่าเชื่อ ผ่านไปหกเดือนอะไรๆจะเปลี่ยนแปลงไปมากมายขนาดนี้ ...

แล้วใจคนมันจะไม่เปลี่ยนไปได้อย่างไรน้อออออ
(จบแบบนี้อีกละ หุหุ)

Sunday, September 07, 2008

Well, yeah .. It's Bangkok!

Photobucket

One picture explains everything...


วันก่อนไปตลาดน้ำอัมพวา...
พอดีว่าวันนั้นฝนตกเหมือนฟ้าถล่ม ดีนะตอนที่อยู่ตลาดฝนไม่ตก ออกมาได้แป๊บนึงก็สาดลงมาเลยค่ะ
ฝนตก ตามด้วยอุบัติเหตุ ระหว่างทางกลับเข้า กทม. มีรถชนติดๆกันเกือบยี่สิบคัน (ไม่ได้เว่อร์นะจริงๆ)
รถบางคันโดนรถคันข้างหน้าปีนซะกระโปรงเปิด แถมข้างหลังโดนชนหลังยู่อีก น่าสงสารเจ้าของรถเป็นที่สุด

แล้วก็ไม่เข้าใจ ... ว่าทำไมต้องจอดรถดูกัน -"-

ออกจากอัมพวาห้าโมงครึ่ง ถึงสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชตอนทุ่มครึ่ง
.... หลังจากนั้นนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีสุรศักดิ์รอพ่อมารับ (รูปนี้ได้จากบนสถานีสุรศักดิ์)
พอมารับตอนสองทุ่มครึ่ง ถึงบ้านที่พุทธมณฑลสายสามตอนสี่ทุ่มสิบห้า -"-

นี่แหละชีวิตในเมืองกรุง(เทพมหานคร)ของแท้

Monday, August 25, 2008

เหนื่อยไหม ... สิ่งที่เธอทำอยู่

Photobucket

บังเอิญเดินเจอที่ฮาราจุกุ...
สงสัยว่าทำผมกี่ชั่วโมง

และ... หนักกี่กิโล

เหนื่อยไหมเนื่อจะออกจากบ้านครึ่งนึง เหอๆๆๆ

Saturday, August 16, 2008

ภาพที่เห็นชินตา...

Photobucket

โตเกียว คืนวันศุกร์ รถไฟเที่ยวดึก และคนเมา....

วัฒนธรรมการสังสรรค์ดื่มเหล้าสังสรรค์เป็นเรื่องที่ปกติมากๆในสังคมญี่ปุ่น
ดังนั้นไม่แปลกที่คืนวันศุกร์ในรถไฟรอบดึกจะมีคนเมาให้เห็นเสมอๆ (เพราะดื่มแล้วขับไม่ได้นะจ๊ะ กฎหมายมันแรง)

ปกติแล้วคนเมาในโตเกียวจะมีหลายรูปแบบมาก วันนี้เอาเพียงแค่รูปแบบนึงมาให้ชม
ที่เห็นกันบ่อยๆก็เป็นพวกเมาแล้วก็นอนแผ่หลาอยู่ในสถานีจนนายสถานีต้องมาเก็บไป

ที่เคยเจออีกแบบคือรถไฟไม่แน่นเท่าไหร่ แต่คุณลุงนี่หมดสภาพมากๆ ขึ้นรถไฟมาล้มลุกคลุกคลาน
รถเบรคที่นึงแกก็ล้มทีนึง มีครั้งนึงแกล้มไปนั่งทับสาวแถวนั้น (ที่นั่งอยู่)
วันนั้นเกือบมีเรื่องกันบนรถไฟ ...

บางทีรถไฟแน่นมา่กกกกกกกกกก แต่มันจะมีมุมนึงที่มองจากข้างนอกมา เอ๊ะทำไมไม่มีคนยืนเลย
เดินเข้าไป ... อ๋อ มีกองอาเจียนอยู่ มิน่า เหอๆ

อีกพวกคืออัดกันในรถไฟแน่นๆ แล้วก็โงนเงนๆ ทำหน้าจะอาเจียนตลอดเวลา
อันนี้ไม่เคยเจอ แต่เพื่อนเราเจอบ่อย ฮ่าๆ

ถ้่าเกิดดวงดีเป็นคนที่นั่งอยู่แล้วมีคนเมายืนอยู่ข้างหน้าในขณะที่รถไฟแน่นขนัดจะหนีไปไหนก็ไม่ได้
ลองคิดดูสิว่ามันจะน่าหวาดเสียวขนาดไหน หุหุ

สงสัยที่หลังจะขึ้นรถไฟให้พกถุงพลาสติกส่วนตัวไปด้วย ถ้าเผชิญหน้ากับคนเมาเมื่อไหร่ก็ยื่นถุงให้เค้าซะ

แล้วคุณจะปลอดภัย...

Thursday, October 18, 2007

Welcome to Tokyo!

สวัสดีค่ะทุกคน ตอนนี้ที่โตเกียวอากาศเริ่มปรวนแปร ฝนตกเ้กือบทุกวัน พาลเอาจะเป็นหวัดเอาง่ายๆ นี่เกือบจะเป็นละ แถมตอนนี้ยังเริ่มๆหนาว ขึ้นมาอีก ฤดูใบไม้ร่วงกำลังเริ่มต้นแล้วค่ะ อีกไม่นานคงมีรูปใบไม้สีแดงๆมาให้ดูกัน



มาโตเกียวก็ตั้งหลายครั้ง แต่เคยไป Tokyo Tower แค่ัครั้งเดียว แถมยังเป็นตั้งแต่ตอนที่มาครั้งแรกเมื่อหลายปีที่แ้ล้ว คราวนี้พอดีพี่เป้และพี่เดียวมาค้างที่บ้าน และเนืองจากบ้านเราไม่มีั้งทีวีและ net เลยออกจากบ้านกันตอนสามทุ่มและไปเก็บภาพสวยๆมาให้ชมกัน

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

บนรถไฟ
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ถึงแล้ววววววว
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

มาดูใกล้ๆ
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ขอมีส่วนร่วม เหอๆ
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

โตเกียวจะได้เป็นเ้จ้าภาพโอลิมปิกหรือเปล่าต้องคอยติดตาม
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ละอองฝนติดเลนส์ สวยแต่เสี่ยงเลนส์พัง เหอๆ
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

งานนี้ต้องขอบคุณภาพงามๆจากความทุ่มเทในการพยายามถ่ายรูปของพี่เป้ ขากล้องไม่มีก็เอาถังขยะมาตั้งแทนได้ ทนเหม็นเพื่อภาพสวย หุหุ

ทำให้ไม่มีรูปตากล้องเลยง่าาาาา

ปิดท้ายด้วยวีดีโิอวงดนตรีข้างถนนแถวบ้าน จริงๆมีมาเล่นกันบ่อยๆตอนดึกๆนะ คงมีมาให้ชมกันอีกเรื่อยๆ


อัพเดทเล็กน้อย วันศุกร์นี้จะมีเน็ทใช้แล้ววววววว เย้ๆๆๆๆๆๆๆ
กราบขอบพระคุณพี่แหลมที่่ช่วยติดต่อให้เป็นอย่างสูง บุญคุณนี้ข้าน้อยจะไม่ลืมเลือนนน

Monday, October 15, 2007