Showing posts with label วาเซดะ. Show all posts
Showing posts with label วาเซดะ. Show all posts

Tuesday, September 22, 2009

เก็บตกงานรับปริญญา

ขอเปลี่ยนบรรยากาศจากเรื่องการย้ายบ้านมาพูดถึงงานรับปริญญาสักเล็กน้อย

เป็นมหาบัณฑิตอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ที่ผ่านมาค่ะ
งานนี้งบบานไปกับการต้องการสวยแบบสาวญี่ปุ่น เหอๆ

เนื่องจากว่าเราซื้อชุดมาแพง บวกกับค่าแต่งชุดทำผมแล้วก็เสียเงินไปกว่าครึ่งเดือนเลยทีเดียว
งานนี้เลยทุ่มเทประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนมาร่วมงานกันเพียบ 55555+

ขอบคุณทุกๆคนที่มากันนะคะ อบอุ่นมากๆเลยค่า
ดีใจที่มีคนมางานรับปริญญาโบว์อุ่นหนาฝาครั่งขนาดนี้นะเนี่ย

ถ้าจะเอารูปมาลงหมดคงจะไม่ไหว เพราะแค่กล้องคุณพี่ตัวเองก็มีเยอะมาก
บวกกับกล้องของพี่ๆคนอื่นๆอีก คาดว่าเยอะมากๆๆๆๆๆๆ

คนญี่ปุ่นกับฝรั่งเห็นตกใจกันใหญ่ นังนี่มันเป็นใครทำไมมีช่างภาพเดินตามเป็นพรวนขนาดนี้ 5555+

เลยขอเอาบรรยากาศเก็บตกงานรับปริญญาโบว์มาให้ชมหนึ่งภาพ...

Photobucket

ตากล้องทุ่มเทกันจริงๆ 5555555555+

ชมภาพทั้งหมดได้ที่นี่ค่ะ http://bowbowbow.multiply.com/photos/album/284/My_M.A._Commencement_September_2009

Thursday, September 10, 2009

Bow's MA Commencement

Photobucket
Start: Sep 20, '09 11:45am
Location: Waseda Univeristy
วันรับปริญญาโบว์ค่ะ :-)

ยินดีต้ิอนรับตากล้องทุกท่าน 55555555555
และพี่ๆเพื่อนๆน้องๆทุกคนมาร่วมถ่ายรูปด้วยกันที่มหาวิทยาลัย Waseda ค่ะ

ซื้อชุดมาแพง..กะว่าถ่ายให้คุ้มค่าชุด 55555555555

วัน-เวลา
วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2552 เวลา 11.45 เป็นต้นไป (โบว์เข้าไปรับปริญญาตั้งแต่ประมาณ 14.30 - 16.00 มาหลังจากนั้นก็ได้ค่ะ)

สถานที่
เจอกัน 11.45 น. ที่ สถานี Waseda (Tokyo Metro Tozai Line)
ทางออก 3b

หรือถ้าใครจะตามมาให้ไปเจอที่หอนาฬิกา Okuma Auditorium (เดินไม่ไกล มองเห็นง่ายๆ)

Photobucket

หรือ ถ้าใครมา JR ลงที่สถานี Takadanobaba ออก Waseda Exit ขึ้นรถเมล์ที่หน้าสถานีตรงที่เขียนว่าไป Soudai Seimon ลงที่สุดสายจะไปจอดที่หน้าหอนาฬิกาพอดี

ใครหลงทางหาไม่เจอให้โทรหาโบว์ หรือโทรหาพี่ป็อปก็ได้ค่ะ (พี่ป็อปไปใช่ไหม มัดมือชก 5555555555)

รอถ่ายรูปกับทุกคนอยู่นะค้าาาาาาาาาาาาาาาา

Sunday, August 02, 2009

Lost soul in Seoul! Really!

ไม่ได้มาอัพบล็อคเสียนาน... หลังจากส่ง thesis ไปชีวิตก็ดูว่างเปล่าเคว้งคว้างเหลือเกิน
โคตรรรรรว่างงงงงงงงงงงงงงงง~ (ในขณะที่คนอื่นไม่ว่าง -"-)

จริงๆแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพิ่งสอบจบไปค่ะ
ตอนนี้ก็เลยว่างของจริง...

กลายเป็นว่าเรียนจบอย่างไม่เป็นทางการ และตกงานอย่างเป็นทางการไปแล้วซะงั้น -"-

หลังจากสอบจบเสร็จ ที่เซมิก็วางแผนว่าจะไปเที่ยวเกาหลีกันค่ะ

(*มีคนที่ไม่ได้อยู่ญี่ปุ่นถามหลายคนแล้วว่าเซมิคืออะไร ลืมไป..ว่าคำนี้ใช้แต่ในประเทศนี้ เหอๆ
เดี๋ยวนี้เริ่มงงไปหมดแล้ว คำไหนมันใช้ในภาษาอะไรหว่า ปนเปมั่วซั่วไปหมด -"-
เซมิ (zemi) ที่ว่ามาจากภาษาอังกฤษคือ seminar ค่ะ ก็คือการสัมมนาในวิชาเรียน
ซึ่งในการเรียนระดับปริญญาโท และเอกที่ญี่ปุ่นทั้งหมด (มั้ง) จะนับว่าการเข้าสัมมนาเป็นวิชาบังคับอย่างหนึ่ง
โดยเข้าไปพบกับอาจารย์ที่ปรึุกษา และเพื่อนๆร่วมอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
ดังนั้นการไปกับเซมิก็คือไปกับอาจารย์ที่ปรึกษา และเพื่อนร่วมอาจารย์ที่ปรึกษา เช่นนี้นี่เอง)

จริงๆทริปเกาหลีครั้งนี้วางแผนไว้นานมากแล้ว เนื่องจากเงินมันเหลือเล็กน้อยจากที่ขอเบิกจากมงบุโช (กระทรวงศึกษา) เพื่อที่จะไปสัมมนาที่อเมริกาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
(คลิกดูที่นี่ค่ะhttp://sweet-choco-cookie.blogspot.com/2009/03/busy-february.html)

(ลองคิดดูแล้วกันว่ามันได้มาเยอะขนาดไหน ไปอเมริกาห้าวันเสียตังค์ตัวเองไปแค่ค่าอาหาร (บางมื้อ) และค่าช็อปปิ้ง ยังจะเหลือมาให้ไปเที่ยวได้อีก ... ที่กระทรวงศึกษามีงบประมาณส่วนนี้ไว้เนื่องจากเค้ามีนโยบายจะเปิดกว้างคนญี่ปุ่นสู่โลกกว้าง และพอเป็นนักเรียนต่างชาติก็มีสิทธิพิเศษอีก มันก็เป็นเช่นนี้แล สรุปมาเป็นนักเรียนต่างชาติที่นี่ก็เบิกมาคุ้มกับค่าเทอมที่เสียไปแล้วล่ะ 55555+)

เข้าเรื่องต่อ...
ตอนแรกอาจารย์ให้เลือกบอกว่า...เนี่ย เงินเหลือนิดหน่อยจะไปไหนดี ให้เลือกระหว่างเกาหลี กับชิบะ (ที่ๆเป็นที่ตั้งของสนามบินนาริตะ และดิสนีย์แลนด์)

แล้วใครมันจะเลือกชิบะคะคุณ!!!

สรุปเลยได้ไปเกาหลี ด้วยความช่วยเหลือจากโยชิ เพื่อนที่เซมิที่เคยไปใช้ชีิวิตสองปี รวมถึงไปแลกเปลี่ยนอีกครึ่งปีที่เกาหลี และมีแฟนเป็นคนเกาหลี ... ด้วยประการฉะนี้

แต่วันนี้ไม่ได้จะมาเล่าเรื่องเกาหลีอะไรมากมาย...ใครอยากทราบว่าไปไหนมาบ้างก็คลิกไปดูที่ลิงค์นี้นะคะ http://bowbowbow.multiply.com/photos/album/274/Shinohara_Zemi_in_Seoul_July_2009 มีรูปและคำบรรยายใต้ภาพเสร็จสรรพ

เพราะจริงๆแล้วก็ไม่ได้ไปเที่ยวอะไรเท่าไหร่หรอก เนื่องจากอาจารย์บอกว่า "เราเอาเงินเซมิที่ควรจะใช้ในการศึกษาไปกันส่วนหนึ่ง ดังนั้นเราต้องมาเรียนและได้ความรู้กลับไปด้วย" (อาจารย์เป็นนักประวัติศาสตร์ เหอๆ)

ดังนั้นช่วงเวลากลางวันทั้งหมด..ก็หมดไปกับการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สงครามในเกาหลี เช่น ความโหดร้าย แร้นแค้นของชาวเกาหลีในช่วง 36 ปีที่ถูกกองทัพญี่ปุ่นยึดครอง ประวัติศาสตร์การต่อสู้กับญี่ปุ่น (ประเทศเพื่อนบ้านกันน่ะค่ะ ก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา ดูอย่างไทยกับพม่าซิ) และประวัติศาสตร์สงครามเกาหลีเป็นต้น

ไหนๆก็ไหนๆแล้วขอเอาวีดีโอที่ถ่ายจากพิพิธภัณฑ์ The War Memorial of Korea เกี่ยวกับบทบาทของกองทัพไทยในการช่วยเหลือเกาหลีใต้ในช่วงสงครามเกาหลีมาให้ชมกันเป็นความรู้เล็กๆน้อยๆ (เป็นภาษาไทย)



เนื่องจากไทยเป็นหนึ่งใน 54 ประเทศที่ส่งทหารไปช่วยรบในสงครามเกาหลี ทำให้ปัจจุบันนี้เราไม่ต้องไปทำวีซ่าเพื่อเข้าประเทศเกาหลีไงก๊ะ

*****************************************

Multiply

การไปเกาหลีครั้งนี้...ได้อะไรกลับมาหลายอย่าง
นอกจากจะได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สงครามในเกาหลี และได้ช็อปปิ้ง (แลกเงินไป 200 USD เหลือเงินกลับติดลบ เหอๆ) แล้ว ยังได้รับความไม่ประทับใจเล็กๆน้อยๆกลับมาด้วย ไม่ทราบว่าเป็นคราวซวยของขจีภรณ์หรืออย่างไร เพราะทำไมขจีภรณ์เจอซ้ำซ้อน แถมบางเรื่องยังเจอคนเดียวอีกด้วย (ทั้งๆที่ไปด้วยกันหลายคน) -"-

ืทุกเหตุการณ์ที่จะยกตัวอย่างให้ทราบกันนี้เกิดขึ้นที่ "เมียงดง" (เป็นย่านช็อปปิ้งเหมือนสยามบ้านเรา)
Multiply

ขอแจกแจงเป็นข้อๆ สามข้อดังนี้

1. คุณลุงญี่ปุ่นขี้หื่น
- เนื่องจากตอนกลางวันเราเหน็ดเหนื่อยกับการหาความรู้ใส่หัวกันแล้ว ตอนกลางคืนก็เลยขออาจารย์ไปช็อปปิ้ง โดยไปกับเพื่อนสาวชาวจีน ชื่อ ฟานซัง

ฟานซังเป็นคนที่ใช้เวลาคิด และลังเลกับการเลือกของเป็นอย่างมาก อันนี้เราจะไม่พูดถึงเนื่องจากนิสัยแต่ละคนต่างกัน (ทุกๆท่านคงทราบอยู่ว่าขจีภรณ์เป็นคนทำอะไรเร็ว เหอๆ) แต่ในขณะที่กำลังเดินเลือกของ และกินไอติมชื่อดังที่มีขนาดสูง 1 ฟุตกันอยู่สองคนนั้น ก็ได้ป๊ะกับคุณลุงชาวญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่ง
Multiply

คุณลุงกลุ่มนั้นได้ถามเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า "ซื้อที่ไหน" (ย่านเมียงดงคนพูดญี่ปุ่นกันได้เกือบทุกคน บางร้านมันโฆษณาหน้าร้านประกาศเป็นภาษาญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าการรู้ภาษาญี่ปุ่นมีประโยชน์กว่าภาษาอังกฤษ)

ก็เลยชี้และตอบกลับไปเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า "ตรงนั้นค่ะ"

คุณลุงกลุ่มนั้นก็ตกใจแล้วถามว่าคนญี่ปุ่นหรือ (เวรกรรม แล้วถามตูเป็นญี่ปุ่น แล้วคิดว่าตูจะตอบกลับเป็นภาษาไรล่ะคะ)
ก็เลยบอกไปว่า ไม่ใช่ๆ เรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น คุณลุงก็เลยถามมาว่า..

"ไปคาราโอเกะกันมั้ย?"

เอ่อะ....

2. แท็กซี่สุดเอาเปรียบ
- คืนวันเดียวกันขณะที่กำลังจะกลับจากเมียงดงไปโรงแรมโดยใช้บริการแท็กซี่ (ขณะนั้นเป็นเวลาดึกมากแล้ว เกือบๆห้าทุ่มได้ และฝนตกปรอยๆ) ก็เดินไปเจอแท็กซี่จอดอยู่หน้าปากซอย เลยเข้าไปบอก (เป็นภาษาญี่ปุ่นอีกแล้ว) ว่าจะไปที่นี่ๆ

ลุงแท็กซี่...พูดญี่ปุ่นคล่องมาก ก็บอกว่า "เนี่ย..โรงแรมนี้ใช่ไหม แต่ว่าตอนนี้นะมันปิดบริการแล้วนะ เพราะฉะนั้นเนี่ยขอคิดเป็นสองคน 10,000 วอน โอเคไหม"

เอ่อะ...ตูไม่ได้โง่นะ ตอนตูมา 3,000 วอน นี่จะมาปิดมิเตอร์เอาเปรียบผู้บริโภคเหรอยะ

ก็เลยเดินหนีไปและไปขึ้นคันอื่น

(เหมือนเคยเจอเหตุการณ์ประเภทนี้ที่เมืองไทยอย่างไรก็ไม่ทราบ...เข้าใจเลยว่านักท่องเที่ยวที่เจอแบบนี้รู้สึกยังไง เหอๆ)

3. โรคจิตโชว์ของ!!!
- อันนี้เด็ดสุด เพราะสองเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเจอสองคน แต่อันนี้ถึงแม้จะไปด้วยกันสองคน แต่ดันเห็นคนเดียวค่ะคุณ!

พอดีว่าหลังจากที่กำลังจะออกจาเมียงดง (ที่เจอเหตุการณ์สองเหตุการณ์ข้างต้น) ฟานซังนึกได้ว่าลืมถุงช็อปปิ้งถุงหนึ่งไว้ที่ไหนซักที พอย้อนกลับไปร้านที่คิดว่าลืมของไว้ก็ปิดไปแล้ว วันต่อมาเลยกลับมาที่เมียงดงอีกครั้งเพื่อตามหาถุงดังกล่าว อันนี้เพืือนๆทุกคนและอาจารย์ก็มาด้วย แล้วก็เจอถุง ก็ดีใจไปตามระเบียบ สักพักอาจารย์ก็ปล่อยให้เป็นฟรีไทม์ ฟานซัง (เนื่องจากอยากได้กระเป๋าใหม่มาก แต่เมื่อวานเนื่้องจากเจ้ใช้เวลาเลือกของนานไปหน่อย ร้านมันก็เลยปิดหมด) เลยชวนขจีภรณ์ไปหาซื้อกระเป๋า ค่ะ..ขจีภรณ์ก็เลยไปด้วย

แต่ไม่รู้เกิดเหตุอาเพศอะไรขึ้นมา ... วันนั้นมันคนเยอะมากกกก (ทั้งๆที่เป็นวันธรรมดา สงสัยปิดเทอม)
แล้วขณะที่เดินเบียดกับฝูงชนอยู่นั้น ขจีภรณ์ดันเหลือบมองต่ำขึ้นมาโดยมิได้ตั้งใจ... แล้วก็เห็น!!!

ชายคนหนึ่ง ไม่รูดซิบกางเกง ไม่ใส่กางเกงใน และเิดินโชว์น้องชายอยู่โทงๆ

ตกใจสิคะ!

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้...เพราะคนเดินไปเดินมาเยอะมาก
คิดว่าวันนั้นขจีภรณ์ไม่ได้เห็นคนเดียว แต่คงมีผู้โชคร้ายทางดวงตาต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์ดังกล่าวอีกหลายคน
ทว่า...ทำไมเพื่อนตูไม่เห็นฟระ!

(มีคนบอกว่า..น่าจะเอามือถือมาถ่ายให้มันอาย แต่เข้าใจไหม..วินาทีนั้นใครมันจะไปคิดทัน ได้แต่ตกใจ เหอๆ)


*************************************

อุทธาหรณ์ที่ได้จากเหตุการณ์ที่เกาหลีครั้งนี้...ถ้าเป็นสตรีเพศ ควรจะนำบุรุษเพศติดตัวท่านไปด้วย ท่านจะไม่พบเหตุการณ์เช่นนี้



จบเรื่องราวของประเทศเกาหลีแต่เพียงเท่านี้...สวัสดีค่ะ

Monday, July 06, 2009

I did it!

yeah!
Photobucket

yeah!!
Photobucket

yeah!!!
Photobucket

YEAH!!!!!!!!!!!!!!!
Photobucket

กราบขอบพระคุณทุกกำลังใจที่มีให้มาตลอดตั้งแต่เข้า ป.โทมา
วันนี้หนู (เกือบ) เรียนจบแล้วค่าาา!!!!!!!!!

ปล. แต่ก็ยังมีเรื่องแอบบ่น เนื่องจากยอมรับว่าเวลาเขียนงานเยอะๆก็เริ่มมึนใช้แกรมม่าผิดๆถูกๆ โดยเฉพาะ tense เนี่ยเป็นสิ่งที่มั่วมากๆ การแก้ปัญหาก็คือให้ native speaker ตรวจให้ถึงสองคน ... แต่ก็แล้วมานั่งดูอีกที tense ตูก็ยังปนกันมั่วซั่วซ้ำซากเต็มไปหมด ... สุดท้ายก็ต้องมานั่งแก้เองถึงตีสี่ครึ่งเมื่อวาน แล้วก็มาคิดได้ว่าตกลง native speaker นี่เค้าก็ใช้ภาษาเค้าเองผิดๆถูกๆยังงี้เหรอ?? หรือว่าจริงๆแล้วเค้าก็ไม่ได้เก่ง grammar เหมือนกัน สุดท้ายแล้วตนแลก็เป็นที่พึ่งแห่งตนจริงๆค่ะ

Tuesday, June 02, 2009

My first draft is done!

เสร็จแล้ววววววววววววววววววววววววววววว
Photobucket

ดูความหนา..
Photobucket
หนาได้เพราะรูปเยอะ และ double space ล่ะ 5555555555+

จำนวนหน้า..
Photobucket
จะบอกว่า...แค่ reference ก็ปาไป 10 หน้าแล้ว เพราะต้องทำเป็นทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย ปวดกบาลมากตอนที่ต้องนั่ง Romanize ชื่อหนังสือภาษาไทย -"-

สรุปเนื้อหาน้อยมาก... เพราะเราโกง หุหุ

ลันล้าได้หนัึ่งสัปดาห์ โอกาสทองใครจะชวนไปไหนรีบชวน
เพราะอาทิตย์หน้าอาจารย์จะคืนมาแล้วให้ไปแก้แล้ว
ความอิสระเสรีนี้ช่างสั้นนัก T_T

Sunday, March 29, 2009

ตารางทาส...ตารางตาย

Photobucket

มันมาแล้วววววววววววววววววววววววววววววววว T_T

Sunday, October 26, 2008

Meet the doctor

เป็นตากุ้งยิงค่ะ

เมื่อสองวันก่อนเลยตกใจมากเพราะว่าไม่ได้เอายาหยอดตามาด้วยจากเมืองไทย
เลยโทรไปปรึกษาพี่ๆหมอทั้งสองในโตเกียว

พี่ส้มบอกว่าพี่ส้มมียาหยอดตาแต่ว่าไม่ได้เข้าเมืองเอามาให้ไม่ได้ ลองติดต่อพี่ฮงดูเผื่อว่่าอาจารย์พี่ฮงจะซื้อให้ได้
แล้วก็บอกว่าให้หยอดซะนะตอนนั้นพี่เป็นเม็ดขึ้นต้องเก็บไปเจาะที่เมืองไทย เหอๆ

โรงพยาบาลญี่ปุ่นอย่าให้พูดเลยถ้าป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลนานนี่เป็นเรื่องใหญ่มากๆ
ตอนนั้นเพื่อนที่เซมิคนญี่ปุ่นป่วยมากนอนโรงพยาบาลเป็นเดือน (ต้องดีเฟนด์ thesis ผ่านโทรศัพท์)
วันนั้นไปเยี่ยมท่าทางแกหดหู่มากๆ เพราะแกอยู่ห้องรวม ทีวีก็ไม่มี (ต้องหยอดเหรียญดู) ตู้เย็นอะไรเนี่ยไม่มี
ดีนะที่แกอยู่ติดหน้าต่างยังมองออกไปชมนกชมไม้ให้เพลินๆได้

ได้ความรู้ใหม่มาจากพี่ส้มว่าญาตินอนด้วยไม่ได้ ชุดคนป่วยก็ไม่มีต้องเอามาเอง -_-"
เหมือนจะไล่ว่่าให้หายป่วยแล้วออกจากโรงพยาบาลไวๆ ที่มันน้อย ฮ่าๆ

จะให้แอตมิตที ก็ยากมากๆ ต้องป่วยแบบเกือบจะตายแล้ว ถึงให้นอนโรงพยาบาล O_o

ไม่เหมือนโรงพยาบาลเมืองไทย (บางที่) เอะอะก็แอตมิต แถมอยากให้อยู่นานๆอีก
(เผลอกินน้ำไปนี่เสียค่าน้ำไปขวดละเท่าไหร่ไม่รู้ อย่างกับโรงแรม เหอๆ)

อ่อ พอดีกลับเมืองไทยคราวที่แล้วอาม่าเพิ่งเข้าโรงพยาบาลมาค่ะ เลยมีประสบการณ์อะไรแบบนี้ เหอๆ

มาเข้าเรื่องของเราต่อๆๆๆ

เสร็จแล้วเลยโทรไปหาพี่หมอฮง
พี่ฮงบอกว่าให้รีบไปหายามาหยอดเลยนะ เพราะเท่าจากที่ฟังอาการ (ทางโทรศัพท์) แล้ว
ถ้าโบว์เก็บไปหาหมอที่มหาวิทยาลัย (ค่ารักษาฟรี งก ฮ่าๆ) วันจันทร์เนี่ย ตอนนั้นเม็ดมันคงขึ้นแล้วล่ะ

อ่ะ เอารูปตามาให้ดูว่ามันเป่งแล้ว
Photobucket

ก็เลยตกใจมาก ตายแล้ววววว ชั้นจะต้องกลับเมืองไทยไปเจาะตากุ้งยิงเนี่ยนะะะะะ ใช่เรื่องไหมเนี่ย

พี่ฮงเลยกรุณามากๆ เข้าไปหาคลีนิคจักษุแพทย์ที่ชินจุกุให้โบว์
(ตอนนั้นอยู่ชินจุกุ)

จากที่เคยเลี่ยงมาตลอดว่าไม่อยากไปหาหมอที่ญี่ปุ่น (เพราะได้ยินคนเล่าถึงกิตติศัพท์มาเยอะ)
แถมกลัวแพงอีก ค่าหาหมอนี่เท่าไหร่เนี่ยยยยยยย (ปลายเดือน...มีวิกฤติการณ์การเงินอยู่)
ก็เลยต้องจำใจไปหา เพราะว่ายาหยอดตาที่นี่ไปซี้ซั๊วะซื้อเองไม่ได้นะ ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ เฮ้อออ

พอไปถึง ...
ก็เข้าไปตรวจ ... ประมาณสามนาที

หมอพูดเร็ว และรัวมากกกกก พูดยังกะว่าเราเป็นคนญี่ปุ่น
ก็แอบฟังออกประมาณว่า เจ็บมั้ยๆ ปกติใส่คอนแทคหรือเปล่า (วันนั้นใส่แว่นไป)
อืมตาล่างบวมนะ เดี๋ยวหมอสั่งยาหยอดให้หยอดใันละสี่ครั้ง

จบ....

ไม่เกินสามนาทีอ่ะสาบานได้

แล้วก็ไปจ่ายค่ารักษา พร้อมกับได้ใบสั่งยามา (ต้องเดินไปซื้อเองด้วย)
Photobucket

ต้องขอบคุณบัตรประกันสุขภาพที่เสียตังค์เดือนละหลายพันทำให้เราได้ลดค่ารักษาลง 65%!!!!
เหลือค่ารักษา 1,160 เยน แม่เจ้าตกใจ ทำไมถูกจัง ก็กลัวมาตั้งนานว่ามันจะต้องแพงมากมาย เหอๆ

ไปซื้อยามาหยอดอีก 580 เยน
ได้เจ้าขวดเล็กๆมาสองขวด
Photobucket

อ่อ ... ยังไม่ใช่แค่นั้น
ไปอ่านเว็บวาเซดะที่พี่ป็อปส่งมาให้ สรุปว่ามหาวิทยาลัยเรานี่มีกองทุนช่วยเหลือทางด้านสุขภาพให้นักศึกษาต่างชาติ
คืิอ จากที่จ่ายเองแค่ 35% (เพราะประกันสังคมจ่ายที่เหลือให้)
ก็กลายเป็นจ่ายแค่ 5% มหาวิทยาลัยออกให้อีก 30%!!!
Photobucket

(แต่ต้องเอาบิลไปเบิกนะ เค้าจะโอนเงินคืนให้)

สรุปว่าไปหาหมอคราวนี้ถูกมากๆค่ะ เหอๆๆๆๆๆ

ขอบคุณประกันสังคม (ที่จ่ายเงินทุกเดือน) และกองทุนสนับสนุนด้านสุขภาพให้นักเรียนต่างชาติที่ทำให้หนูมีโอกาสนี้

แต่เอาจริงๆนะ ...
อย่าป่วยเลยจะดีกว่า เดี๋ยวจะได้เจอประสบการณ์สยองในโรงพยาบาลญี่ปุ่น (ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น)
เหอๆๆๆๆๆๆๆ

Thursday, October 23, 2008

งานคือเงิน เงินคืองานบันดาลสุข

คือว่า...
เป็นคุณครูแล้วค่ะ อย่างเป็นทางการ เหอๆ

หลังจากได้รับการสืบทอดการสอนต่อจากพี่มามิ
วันนี้คุณครูโบว์เริ่มสอนภาษาไทยเป็นวันแรก

ตื่นเต้นมาก เพราะว่านอกจากจะเป็นการสอนครั้งแรกแล้ว
ยังเป็นการทำงานครั้งแรกอีกต่างหาก ฮ่าๆๆๆ...
อยู่บนโลกนี้มายี่สิบกว่าปีไม่เคยทำงานเป็นเรื่องเป็นราวเลยแม้แต่ครั้งเดียว

สอนอะไรเหรอคะ...
สอนภาษาไทยค่ะ เหอๆ

นักเรียนเป็นคนญี่ปุ่น 6 คน (แต่วันนี้มา 3 คน)

แล้วเป็นการสอนภาษาไทยขึ้นสูง ... ก็งงๆขั้นสูงนี่มันยากขนาดไหนหนอ
เตรียมตัวมาตั้งนาน ทำเป็น pre-test มาเลย นั้่งเตรียมอยู่หลายชั่วโมง
ได้มาเป็นข้อสอบ ฟัง ไวยากรณ์ อ่าน เขียน ทั้งหมด 7 หน้าถ้วน เหอๆ

พอถึงวันสอน... ที่นี่ค่ะ
Photobucket
ชื่อว่าโรงเรียน Waseda Hoshien เดินจากคณะเราไปแค่ 5 นาทีเอง

ในโรงเรียนมีตึกเก่า .. เดินไปเจอโปสเตอร์เขียนว่าโรงเรียนนี้เปิดมา 100 ปีแล้ว!!!!
Photobucket

แล้วก็ไปเตรียมการสอน
Photobucket

....

เวลาผ่านไป
ถึงได้รู้ว่าไอ้ที่เตรียมมามันยากไปมากๆ -"-

ให้ดูนักเรียนทำ ... ทดไว้ซะมากมาย
Photobucket

ตรวจออกมาแดงเถือก...
Photobucket

นอกจากนี้เวลาสอนก็ยังยากอีกนะ...
นึกออกป่ะว่าใช้อยู่ทุกวันมันก็ไม่รู้อยู่ดีว่าจะอธิบายยังไง

เช่น ในบทความบอกว่า ....

"เนื้อคู่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล"

เนื้อคู่แปลว่าอะไร

แล้วไม่ใกล้ไม่ไกลนี่ตกลงใกล้หรือไกล

เหอๆๆๆๆๆ -"-

ค่ะ... คราวหน้าจะซ้อมอธิบายไปด้วยค่ะ (-/I\-)

(ทำงานทุกวันพฤหัสบดี 19.00-20.30 ค่า)

Friday, December 07, 2007

Authum in Waseda

ปีนี้สรุปแล้วก็ไม่ได้ไปดูใบไม้แดงที่ไหนจริงๆด้วย
แล้วก็ความรู้สึกช้าเกินไป เพิ่งจะรู้ว่าในมหา'ลัยมันก็มีใบไม้ให้ถ่ายรูปเหมือนกัน
กว่าจะรู้ตัว .... ก็ร่วงไปจนโกร๋นแล้ว -_-"
สมกับเป็นฤดูใบไม้ร่วงจริงๆ

วันนี้เอารูปมาฝากเล็กๆน้อยๆ ใบไม้แดงไม่้ได้ดู ดูใบไม้เหลืองก็ได้ฟร้าาาา

หอนาฬิกา สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยวาเซดะ
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ใบแปะก๊วยเหลืองๆตามทางเดิน
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ซูมๆให้ดูนิดนึง .. โทษนะถ่ายให้มันสวยกว่านี้ไม่ได้ พอดีมันกล้องปัญญาอ่อน เหอๆ
(โทษกล้องซะงั้น -_-")
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

สุดท้าย ใบไม้ที่ใกล้ร่วงจากต้นเต็มที่ ท่าทางเหงา เหลืออยู่ใบเดียวเอง
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ตอนนี้เข้าฤดูหนาวแล้ว อากาศเริ่มหนาวขึ้นทุกที ป่วยก็ป่วยมาแล้วหนึ่งรอบ
ใครบอกว่าฤดูใบไม้ร่วงมันน่าเหงา ... ขอบอกว่าฤดูหนาวเหงากว่ากันเยอะ

ปิดเทอมฤดูหนาวใกล้เข้ามาแล้ว เพื่อนๆกลับเมืองไทยเกือบหมด จนมานั่งๆคิดๆว่าทำไมตูไม่กลับมั่งหว่าเนี่ย เฮ้ออออ
แต่ปิดเทอมก็คงต้องฟันฝ่ากับมรสุมรายงาน และความหนาวอยู่คนเดียวจนจบแน่ๆเลย

เรื่องมันเศร้าาาาาาาา T_T

Friday, September 21, 2007

Orientation กับความเสร่อของเราเอง เหอๆ

สวัสดีทุกคน ตอนนี้มีเรื่องให้อัพตลอดเลย
ความว่าอีกไม่นานคงจะหมดเรื่องอัพ ตอนนี้เลยขอเก็บสแปร์ไว้ก่อนนะ อิอิ

จริงๆแล้วกะว่าจะอัำพเรื่องโตเกียววันแรกด้วย แต่คิดว่าคงจะตามอ่านกันไม่ทัน เราเองก็ขี้เกียจด้วยแหละนะ เหอๆ
เลยขอเอาแค่รูปมาฝากละกันเน๊อะ

พอดีว่าพอมาถึก็นัดกับน้องต้น น้องที่คณะวิดวะที่มาช่วยงานอาจารย์ไปสวนสนุกแถวๆ Tokyo Dome ชื่อว่า LaQua มา
แล้วก็ไปเล่นรถไฟเหาะสูงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แต่เสียวนิดเดียวหว่ะ ผิดหวังๆ
เข้าไปดูรูปกันได้คลิ๊กที่นี่เลยจ้าาา

............................................................

วันนี้มี Orientation ที่ ม.วาเซดะแหละ
จริงๆแล้วมันมีหลายอันก่อนหน้านี้แล้วซึ่งเราโดดหมดเลย เหอๆ
ถือเอาวันนี้ไปมันหมดเลยละกัน ตั้งแต่บ่ายโมงถึงห้าโมงเย็น

ถึงแล้วมหาลัยเรา ท่ามกลางอากาซร้อนอบอ้าวทั้งๆที่เป็นฤดูใบไม้ร่วงนะนี่
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เดินเข้ามาเรื่อยๆ ถึงรูปปั้นผู้ก่อตั้งสถาบัน
ชื่ออะไรไม่รู้ ยังไม่ได้หาข้อมูล เหอๆ
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เข้ามาถึงข้างใน มีวงดนตรีบรรเลงต้อนรับ
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เห็นวงดนตรีอย่างไฮโซ แล้วคงรู้กันแล้วใช่ไหมว่ามันเป็นงานไฮโซ...
.
.
.
.
.
แต่จะบอกให้ว่ามีเราคนนึงที่ไม่รู้ เหอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
.
.
.
.
.
คนอื่นเค้าใส่สูทกันไปแบบทางการอลังการมาก
อีนี่แต่งตัวยังงี้ค่ะ...
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ตอนแรกเกือบนั่งรถไฟกลับปสามสถานีเพื่อจะไปเปลี่ยนละ เหอๆๆๆ

นี่แหละ... ความเสร่อที่จะเล่าให้ฟัง เหอๆ

อ่ะๆ มาเข้าเนื้อหากันต่อ
อันนี้พิธีการบนเวที
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พอพิธีการจบ...
มีกองเชียร์ด้วยค่าาาาา
ใครอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นบ่อยๆคงรู้จักกองเชียร์แบบนี้กันดี วันนี้เก็บบรรยากาศมาฝาก


หลังจากนั้นก็ไปงาน Entrance Ceremony ของคณะเราต่้อคือ Graduate School of Asia-Pacific Study
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ทั้งคณะมีคนแค่นี้อ่ะปีนึง
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

โฉมหน้าบรรดาอาจารย์
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

และปิดท้ายด้วยคอรัสอีกแล้วค่าาาาาา


...................................................

มาถึงได้หลายวันแล้ว
ตอนนี้อะไรหลายๆอย่างก็ยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่
บ้านยังหาไม่ได้เลยสรุป ... แล้วถ้าไม่มีบ้านคือไม่มี Alien card เมื่อไม่มีการ์ดก็จะไม่มีมือถือ
โอ้ววว ปัญหามันจะตามมาเป็นระลอกๆ
ตอนนี้เลยมุ่งหน้าหาบ้านก่อนเป็นอันดับแรก แล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที่ เฮ้อเฮ้อออออ

มาอยู่เมืองนอกมันก็เหมือนย้ายบ้านอ่ะนะ ต้องทำนู่นทำนี่เต็มไปหมด
แต่มันออกจะลำบากกว่าการย้ายบ้านไปซะเยอะหน่อย เพราะว่าเราก็ภาษาญี่ปุ่นแข็งแรงซะที่ไหนล่ะ เหอๆๆๆ

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะลงตัวเรียบร้อยทุกอย่างเมื่อไหร่ แล้วจะมาอัพเดทให้ทราบกันเป็นระยะๆ

อ่อ.. นอกจากนี้คอมยังพังอีก
สันนิษฐานว่าโดนไวรัสกิน โถโถน้อง VIAO เครื่องใหม่ ซื้อมาไม่ทันไรเริ่มทำเป็นดื้อซะแล้ว
เมื่อวานเลยนั่งลง windows ใหม่ถึงตีสามค่ะคุณ
ต้องขอบคุณการช่วยเหลือของพี่วุฒิเป็นอย่างสูงค่ะพี่ ถ้าไม่มีพี่เมื่อวานนี้วันนี้โบคงไม่ได้มาอัพบล็อคให้ทุกคนได้อ่าน เหอๆ

..............................................................

สังคมใหม่เพื่อนใหม่ ต้องเริ่มใหม่อีกครั้งเหนื่อยจริงๆ ทำให้สุดท้ายแล้วก็อดคิดถึงวันเวลาเก่าๆไม่ได้ เฮ้อเฮ้ออออ

คิดถึงทุกคนเช่นเคยค่้ะ

แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้าจ้าาา