Wednesday, November 14, 2012

คนที่ถูกลืม



เพื่อนๆเคยเป็นไหมคะว่า เมื่อก่อนนี้เวลาเราเปลี่ยนอะไรใหม่สักอย่าง เช่น ลง account ICQ หรือ MSN ใหม่ (ปัจจุบัน MSN ปิดไปแล้ว น่าเศร้า...) history ที่เราเคยคุยกับเพื่อนๆก็จะหายไปโดยที่กู้กลับไม่ได้

โบว์เป็นคนหนึ่งที่ชอบเก็บสะสม chat history มากๆ เมื่อก่อนนี้จำได้เลยว่าถ้าเล่น MSN จะต้องไปลง add on เพื่อนที่เราจะสามารถเก็บ chat log ของคนที่เราคุยด้วยมานั่งอ่านบ่อยๆ เรียกได้ว่าโบว์เป็นคนหนึ่งที่เสพติดความทรงจำเก่าๆ เพราะบางทีเวลาเราลองคุ้ยมันออกมาอ่านอีกครั้งหนึ่งเราก็แอบอมยิ้มเล็กๆไม่ได้

จริงๆแล้วในโลกใบนี้มีเพียงไม่กี่คนที่โบว์มักจะหวงแหนความทรงจำแล้วเก็บข้อความที่เคยคุยกันกลับมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มีหลายๆครั้งที่คอมพิวเตอร์ของโบว์โดนไวรัสกิน หรือเผลอลบ chat log ไปโดยไม่ได้ตั้งใจความทรงจำเหล่านั้นก็จะหายไปด้วย ทิ้งไว้เพียงความเสียดายอดีตที่เราไม่สามารถกู้มันกลับมาได้อีกแล้ว

โบว์เพิ่งเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ค่ะ

ถึงแม้จะเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ chat log ใน application กลับไม่หายไปด้วย แต่...ยังคงมีบาง application ที่เราไม่สามารถที่จะกู้ความทรงจำเก่าๆกลับมาได้ และเมื่อไม่นานมานี้โบว์ก็ต้องกลับมานั่งเสียดายความทรงจำเก่าอีกครั้ง บทสนทนาที่ทำให้เรามานั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวทุกครั้งที่นั่งอ่านวนไปวนมา ปัจจุบันนี้มันไม่มีอีกแล้ว และมันก็ไม่อาจจะกู้มาได้อีกแล้ว สิ่งเดียวที่เราทำได้เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดก็คือต้องพยายามลืมมันไปเสีย

ทำให้โบว์รู้สึกว่าบางครั้งในการที่จะลืมอะไรบางอย่างที่จริงๆแล้วเราไม่ได้อยากจะลืมมัน ความไม่ได้ตั้งใจก็ทำให้มันค่อยๆเลือนไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อเราไม่มีสิ่งที่เตือนความทรงจำในอดีตอีกต่อไป ความทรงจำของมนุษย์เรามันจะยาวนานได้มากแค่ไหนกันเชียว.... อาจจะไม่ต้องรอนานจนถึงวันที่คุณเป็นอัลไซเมอร์เหมือนโฆษณาบริษัทประกันบริษัทหนึ่ง หรือไม่ต้องรอให้คุณเป็นเนื้องอกในสมองเหมือนมิวสิควีดีโอซีรีส์เพลงหนึ่งก็ได้


ความคิดที่ว่าเวลาจะช่วยรักษาความเจ็บปวดในจิตใจได้ก็คงยังจะคลาสสิคอยู่เสมอ เพราะบางทีถึงแม้เราจะใจไม่แข็งพอที่จะ delete ความทรงจำนั้นไปได้ด้วยตัวเอง บางทีความบังเอิญก็จะบังคับทำให้คุณลืมมันได้ ไม่ว่าวันนั้นคุณจะอยากลืมมันหรือไม่ก็ตาม

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายๆคนคงอยากจะเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่แล้วใช่ไหมคะ :)

Thursday, October 11, 2012

อาการปวดฟัน


เพื่อนๆที่ติดตาม facebook โบว์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคงจะทราบกันว่าโบว์ปวดฟัน (เนื่องจากโบว์บ่นบ้าๆบอๆของโบว์ทุกวัน)

จริงๆช่วงระยะเวลาตลอดหนึ่งปีกว่าๆที่ผ่านมาเนี่ยโบว์มีปัญหาสุขภาพค่อนข้างเยอะ แต่ก็ยังไม่ถึงกับตายนะคะ แค่ไปโรงพยาบาลบ่อยมากดั่งเป็นบ้านหลังที่สอง แต่ก็ยังไม่ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ หือเดินๆอยู่เป็นลมล้มพับไป (มีเกือบๆบ้างๆในบ้างครั้ง หะๆ)

เรื่องปวดฟันเนี่ยจะเรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่คาราคาซังของโบว์มาสักระยะหนึ่งแล้วค่ะ คือเมื่อสองสามปีที่แล้วตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นเนี่ยก็มีอาการปวดฟันกรามทางด้านซ้ายอย่างนี้แหละ ปวดมากกกกก ปวดจนต้องตื่นมาตอนดึกดื่นเพื่อมาทานยาแก้ปวดจึงจะหลับต่อได้ ตอนนั้นไปหาหมอฟันข้างบ้านชื่อคุณซูซูกิ (สามารถรามอ่านเรื่องของคุณซูซูกิได้ที่นี่ค่ะ ^^ http://sweet-choco-cookie.blogspot.com/2009/04/blog-post_17.html) เวลาผ่านไปก็คิดว่าหายแล้วนะเนี่ย

แต่อนิจจังเมื่อประมาณไม่กี่เดือนที่ผ่านมาโบว์มีปัญหากับฟันซี่เดิม โดนตอนนั้นคิดว่าเป็นเพียงอาการเริ่มต้นคือรู้สึกเสียวฟัน แต่ตอนนั้นคิดว่าเป็นอาการเพียงชั่วคราวเท่านั้น มาแป๊บๆเดี๋ยวก็ไป ที่ไหนได้เวลาผ่านไปไม่กี่เดือนตอนนี้จากอาการเสียวฟันเล็กๆน้อยๆกลับกลายเป็นปัญหาใหญ่คือปวดฟัน (มากๆ) ในตอนนี้นั่นเองค่ะ

ตอนที่รู้สีกว่าความเจ็บปวดที่เริ่มจากการเสียวฟันเล็กๆน้อยๆมันจะเป็นความเจ็บปวดเรื้อรัง โบว์ก็ตัดสินใจว่าจะต้องไปหาหมอฟัน แต่เนื่องจากเหตุผลหลายๆอย่างทำให้โบว์ไม่สามารถไปหาหมอฟันเพื่อรักษารากฟันได้ในเวลาทันท่วงที จนถึงวันที่เริ่มทนไม่ไหวแล้วโบว์จึงตัดใจทิ้งภาระหน้าที่ทุกอย่างในวันนั้นเพื่อไปหาหมอฟัน ... ช่วงเวลาที่รอเวลาอยู่พร้อมกับความเจ็บปวดที่เพิ่มมรกขึ้นทุกที โบว์ได้รับคำแนะนำจากพี่ซึ่งเป็นหมอฟันคนหนึ่งว่าในการที่จะทำให้โบว์หายเจ็บปวดจากอาการเรื้อรังนี้ได้มันต้องใข้เวลาในการรักษารากฟันอย่างจริงจัง ซึ่งระยะเวลาหลายเดือนนี้อาการเจ็บปวดนี้จะค่อยๆทุเลาไปจนหายขาด แต่ในตอนแรกนั้นสิ่งที่จะต้องทำเพื่อระงับความเจ็บปวดให้ได้อย่างเฉียบพลันคือการตัดเส้นประสาทที่ฟันซี่นั้นออกเสียในทันที

หากจะให้เล่าเรื่องอนาโตมีของฟันนั้นโบว์คงจะเล่าให้ถูกต้องไม่ได้ แต่จากประสบการณ์ที่ถูกตัดเส้นประสาทฟันออกไปก็ทำให้เข้าใจอะไรหลายๆอย่างค่ะ ^^

เมื่อแรกที่ถูกตัดเส้นประสาทฟันออกไปนั้น ความเจ็บปวดในช่วงแรกนั้นได้หายไปจริงๆ แต่ความสบายใจนั้นเป็นไปได้เพียงแค่ช่วงระยะเวลาเดียวเท่านั้นเอง อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ของยาชาที่ค่อยๆหมดไป ความเจ็บปวดจาดแผลที่ต้องเปิดเพื่อตัดเส้นประสาทออกไปนั้นก็ค่อยๆกลับมาอีกครั้ง จนโบว์กลับมาคิดว่าจริงๆแล้วเส้นประสาทที่บอกว่าได้ถูกตัดไปนั้น จริงๆแล้วมันถูกตัดไปจริงหรือเปล่านะ หรือว่าอาการทุเลาเพียงชั่วครู่นั้นเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะยาชา .... จริงๆแล้วควมรู้สึกเจผ้บปวดนั้นมันก็ยังคงอยู่ต่อไป เมื่อเส้นประสาทเชื่อมกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งแต่เรายังคงเมินเฉยไม่ใส่ใจที่จะไปรักษารากฟันอย่างจริงจัง ความเจ็บปวดมันก็จะไม่หายไป และก็ยังจะคงเรื้อรังอยู่แบบนี้ตลอดไป

สำหรับโบว์แล้ว โบว์ไม่แน่ใจว่าความเจ็บปวดครั้งนี้จะยังคงอยู่อีกนานไหม ไม่แน่ใจว่าถึงแม้จะยินยอมในการตัดเส้นประสาทฟันออกไปเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดในครั้งนี้สุดท้ายแล้วมันจะเจ็บปวดไปอีกนานแค่ไหน และก็ไม่แน่ใจว่าถึงแม้จะใช้เวลารักษารากฟันไปอีกเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วความเจ็บปวดในครั้งนี้มันจะยังคงอยู่ตลอดไปเพียงแค่ทุเลาลงเท่านั้นหรือเปล่า...

ปัจจุบันโบว์ยังปวดฟันอยู่ค่ะ ปวดมากด้วย บางครั้งอาการปวดฟันก็กระทบไปถึงการดำเนินชีวิตประจำวันทุกอย่างของโบว์ในตอนนี้ ก็ยังคงพึ่งยาแก้ปวดเพื่อให้อาการทุเลาลงเป็นครั้งเป็นคราวไป แต่ก็หวังนิดๆว่าถ้าเวลาผ่านไปถึงแม้ความเจ็บปวดจะไม่หายไปเป็นปลิดทิ้ง มันก็อาจจะดีขึ้นบ้างนะคะ ^^

ปล. เบื่อไหมที่ชอบเขียนอะไรเป็นสัญลักษณ์? ^^